วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2554

การดำรงชีวิตของสัตรว์ทะเล

 คือการศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างปลาและสิ่งแวดล้อม ที่มีชีวิต ไม่มีชีวิต ตลอดจนกลุ่มปลาด้วยกันเอง
   ความรู้พื้นฐานของนิเวศวิทยาของปลา

   ชีววิทยาของปลา (หรือมีนวิทยา)
อนุกรมวิธานของปลา
คุณสมบัติต่าง ๆ ของน้ำ
นิเวศวิทยา

       
 สิ่งแวดล้อมที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต

   สิ่งแวดล้อมที่ไม่มีชีวิต

   สมบัติต่าง ๆ ของน้ำ เป็นปัจจัยที่ไม่มีชีวิต (Abiotic factors) ที่มีผลต่อการดำรงชีวิตของ ปลามาก เนื่องจากปลาอาศัยอยู่ในน้ำตลอดชีวิต และสมบัติเหล่านี้มีผลต่อการปรับตัวให้ เข้ากับ สภาพ-แวดล้อมซึ่งในที่สุดก็ส่งผลถึงวิวัฒนาการของปลาปัจจัยเหล่านี้ได้แก่ อุณหภูมิ (Tempera-ture) ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ (Dissolved oxygen, ความเค็ม (Salinity) และการไหลของน้ำ (Water movement) เป็นต้น

       
   อิทธิผลของอุณหภูมที่ิมีผลต่อปลา
   มีผลต่อการเจริญเติบโตของปลา
มีผลต่อการสืบพันธุ์และการเจริญเติบโตของตัวอ่อน
มีผลต่อขนาด รูปร่าง และสีสัน
มีผลเพศปลา (Temperature shock)

       
   อิทธิผลของ ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในแหล่งน้ำ (Dissolved oxygen)ที่ิมีผลต่อปลา
   ปริมาณความต้องการออกซิเจนของปลาขึ้นอยู่กับชนิดของปลา
ออกซิเจนมีผลต่อปลาคล้ายกับอุณหภูมิ
ถ้ามีออกซิเจนมากไปปลาบางชนิดเป็นโรค gas bubble disease ได้
ปลาที่ต้องการออกซิเจนสูงจะมีการปรับตัว เพื่อเพิ่มการรับออกซิเจน

       
   ความเค็ม (Salinity) มีผลต่อการดำรงชิวิตของปลา
   สามารถแบ่งปลาตามความเค็มของน้ำที่ปลาอยู่อาศัยได้
ความเค็มมีผลต่อระบบ Osmoregulation ในปลา
มีผลต่อปลาที่มีการอพยพไปมาระหว่างแหล่งน้ำเค็มและแหล่งน้ำจืด

       
   การไหลของน้ำ (Water Current) มีผลต่อการดำรงชีวิตปละรูปร่างของปลา
   ปลาที่อาศัยบริเวณผิวหน้าน้ำ (Pelagic fishes)
ปลาที่อาศัยบริเวณกลางน้ำ (Pelagic fishes)
ปลาที่อาศัยบริเวณผิวน้ำ (Pelagic fishes)

       
   การปรับตัวเพื่อการอาศัยในเขตน้ำจืด

   การปรับตัวเพื่ออาศัยในเขตน้ำไหลแรง (Running water)
การปรับตัวเพื่ออาศัยในเขตน้ำไหลนิ่ง (Still water)

       
   ปลาในเขตต้นน้ำลำธาร

   ลักษณะของแหล่งที่อยู่อาศัยจะเป็นแหล่งน้ำที่ไหลแรง และมีปริมาณออกซิเจนสูง อาจ มีการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในรอบปีมาก
ปลาต้องมีการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับแหล่งที่อยู่เช่นมีลำตัวเป็นทรงกระสวย (Fusiform) หรือมีการปรับเปลี่ยนรูปร่างให้แบนเกาะติดกับหิน ตัวอย่างเช่น ปลาผีเสื้อติดหิน ปลาแค้ ปลาเวียน ปลาพลวง เป็นต้น

       
   ปลาที่อาศัยในเขตแม่น้ำสายใหญ่

   ปลาที่อยู่ในแม่น้ำสายใหญ่จะต้องทนต่อความแรงของกระแสน้ำได้ดี แต่มีการปรับตัว ที่หลากหลายกว่า เช่นการมีรูปร่างขนาดใหญ่ มีหนามใต้ตาเพื่อเกาะกับวัตถุเพื่อต้าน กระแสน้ำที่ไหลแรงเป็นต้น ตัวอย่างเช่นปลากะโห้ เป้นต้น ปลาที่อาศัยในเขตหนอง บึงและพื้นที่ชุ่มน้ำ เป็นปลาที่มีความทนทานต่อระดับออกซิเจนต่ำ และมักมีอวัยวะช่วยหายใจ หรือไม่ก็มีการปรับตัวที่มีการหายใจแบบพิเศษ ตัวอย่างเช่น ปลาดุก ปลาหมอไทย ปลาช่อน ปลาไหลนา เป็นต้น

       
   ปลาที่อาศัยในบริเวณป่าชายเลน

   เป็นปลาที่มีความแทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของน้ำได้ดี เช่นการเปลี่ยนแปลง ความเค็ม ระดับน้ำจากน้ำขึ้นน้ำลง เป็น ต้น ตัวอย่างได้แก่ ประกระทุงเหว ปลากะรัง ปลากะพงขาว ปลาตะกรับ และปลาตีน เป็นต้น

       
   ปลาที่อาศัยในแนวปะการัง

   เป็นปลาที่มีมีสีสวย และอาศัยอยู่เป็นฝูง มีสังคมที่ค่อนข้างซับซ้อน ตัวอย่างได้แก่ ได้แก่ปลานกขุนทอง ปลาเขียวพระอินทร์ ม้าน้ำ ปลาสิงโต และปลาผีเสื้อเป็นต้น

       
   ปลาที่อาศัยในเขตทะเลเปิด

   เป็นปลาที่ว่ายน้ำค่อนข้างเร็ว ลำตัวแบบ fusiform หรือมี finlets มักอยู่รวมเป็นฝูงในเขตทะเลเปิด หรือบริเวณชั้น Thermocline ของมหาสมุทร ได้แก่ปลาโอ ปลาอินทรีย์ ปลาทูนา ปลาจาระเม็ด ปลาช่อนทะเล ปลาฉลาม เป็นต้น

อางอิง คือการศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างปลาและสิ่งแวดล้อม ที่มีชีวิต ไม่มีชีวิต ตลอดจนกลุ่มปลาด้วยกันเอง  
   ความรู้พื้นฐานของนิเวศวิทยาของปลา

   ชีววิทยาของปลา (หรือมีนวิทยา)
อนุกรมวิธานของปลา
คุณสมบัติต่าง ๆ ของน้ำ
นิเวศวิทยา

       
 สิ่งแวดล้อมที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต

   สิ่งแวดล้อมที่ไม่มีชีวิต

   สมบัติต่าง ๆ ของน้ำ เป็นปัจจัยที่ไม่มีชีวิต (Abiotic factors) ที่มีผลต่อการดำรงชีวิตของ ปลามาก เนื่องจากปลาอาศัยอยู่ในน้ำตลอดชีวิต และสมบัติเหล่านี้มีผลต่อการปรับตัวให้ เข้ากับ สภาพ-แวดล้อมซึ่งในที่สุดก็ส่งผลถึงวิวัฒนาการของปลาปัจจัยเหล่านี้ได้แก่ อุณหภูมิ (Tempera-ture) ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ (Dissolved oxygen, ความเค็ม (Salinity) และการไหลของน้ำ (Water movement) เป็นต้น

       
   อิทธิผลของอุณหภูมที่ิมีผลต่อปลา
   มีผลต่อการเจริญเติบโตของปลา
มีผลต่อการสืบพันธุ์และการเจริญเติบโตของตัวอ่อน
มีผลต่อขนาด รูปร่าง และสีสัน
มีผลเพศปลา (Temperature shock)

       
   อิทธิผลของ ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในแหล่งน้ำ (Dissolved oxygen)ที่ิมีผลต่อปลา
   ปริมาณความต้องการออกซิเจนของปลาขึ้นอยู่กับชนิดของปลา
ออกซิเจนมีผลต่อปลาคล้ายกับอุณหภูมิ
ถ้ามีออกซิเจนมากไปปลาบางชนิดเป็นโรค gas bubble disease ได้
ปลาที่ต้องการออกซิเจนสูงจะมีการปรับตัว เพื่อเพิ่มการรับออกซิเจน

       
   ความเค็ม (Salinity) มีผลต่อการดำรงชิวิตของปลา
   สามารถแบ่งปลาตามความเค็มของน้ำที่ปลาอยู่อาศัยได้
ความเค็มมีผลต่อระบบ Osmoregulation ในปลา
มีผลต่อปลาที่มีการอพยพไปมาระหว่างแหล่งน้ำเค็มและแหล่งน้ำจืด

       
   การไหลของน้ำ (Water Current) มีผลต่อการดำรงชีวิตปละรูปร่างของปลา
   ปลาที่อาศัยบริเวณผิวหน้าน้ำ (Pelagic fishes)
ปลาที่อาศัยบริเวณกลางน้ำ (Pelagic fishes)
ปลาที่อาศัยบริเวณผิวน้ำ (Pelagic fishes)

       
   การปรับตัวเพื่อการอาศัยในเขตน้ำจืด

   การปรับตัวเพื่ออาศัยในเขตน้ำไหลแรง (Running water)
การปรับตัวเพื่ออาศัยในเขตน้ำไหลนิ่ง (Still water)

       
   ปลาในเขตต้นน้ำลำธาร

   ลักษณะของแหล่งที่อยู่อาศัยจะเป็นแหล่งน้ำที่ไหลแรง และมีปริมาณออกซิเจนสูง อาจ มีการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในรอบปีมาก
ปลาต้องมีการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับแหล่งที่อยู่เช่นมีลำตัวเป็นทรงกระสวย (Fusiform) หรือมีการปรับเปลี่ยนรูปร่างให้แบนเกาะติดกับหิน ตัวอย่างเช่น ปลาผีเสื้อติดหิน ปลาแค้ ปลาเวียน ปลาพลวง เป็นต้น

       
   ปลาที่อาศัยในเขตแม่น้ำสายใหญ่

   ปลาที่อยู่ในแม่น้ำสายใหญ่จะต้องทนต่อความแรงของกระแสน้ำได้ดี แต่มีการปรับตัว ที่หลากหลายกว่า เช่นการมีรูปร่างขนาดใหญ่ มีหนามใต้ตาเพื่อเกาะกับวัตถุเพื่อต้าน กระแสน้ำที่ไหลแรงเป็นต้น ตัวอย่างเช่นปลากะโห้ เป้นต้น ปลาที่อาศัยในเขตหนอง บึงและพื้นที่ชุ่มน้ำ เป็นปลาที่มีความทนทานต่อระดับออกซิเจนต่ำ และมักมีอวัยวะช่วยหายใจ หรือไม่ก็มีการปรับตัวที่มีการหายใจแบบพิเศษ ตัวอย่างเช่น ปลาดุก ปลาหมอไทย ปลาช่อน ปลาไหลนา เป็นต้น

       
   ปลาที่อาศัยในบริเวณป่าชายเลน

   เป็นปลาที่มีความแทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของน้ำได้ดี เช่นการเปลี่ยนแปลง ความเค็ม ระดับน้ำจากน้ำขึ้นน้ำลง เป็น ต้น ตัวอย่างได้แก่ ประกระทุงเหว ปลากะรัง ปลากะพงขาว ปลาตะกรับ และปลาตีน เป็นต้น

       
   ปลาที่อาศัยในแนวปะการัง

   เป็นปลาที่มีมีสีสวย และอาศัยอยู่เป็นฝูง มีสังคมที่ค่อนข้างซับซ้อน ตัวอย่างได้แก่ ได้แก่ปลานกขุนทอง ปลาเขียวพระอินทร์ ม้าน้ำ ปลาสิงโต และปลาผีเสื้อเป็นต้น

       
   ปลาที่อาศัยในเขตทะเลเปิด

   เป็นปลาที่ว่ายน้ำค่อนข้างเร็ว ลำตัวแบบ fusiform หรือมี finlets มักอยู่รวมเป็นฝูงในเขตทะเลเปิด หรือบริเวณชั้น Thermocline ของมหาสมุทร ได้แก่ปลาโอ ปลาอินทรีย์ ปลาทูนา ปลาจาระเม็ด ปลาช่อนทะเล ปลาฉลาม เป็นต้น

อางอิง  คือการศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างปลาและสิ่งแวดล้อม ที่มีชีวิต ไม่มีชีวิต ตลอดจนกลุ่มปลาด้วยกันเอง  
   ความรู้พื้นฐานของนิเวศวิทยาของปลา

   ชีววิทยาของปลา (หรือมีนวิทยา)
อนุกรมวิธานของปลา
คุณสมบัติต่าง ๆ ของน้ำ
นิเวศวิทยา

       
 สิ่งแวดล้อมที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต

   สิ่งแวดล้อมที่ไม่มีชีวิต

   สมบัติต่าง ๆ ของน้ำ เป็นปัจจัยที่ไม่มีชีวิต (Abiotic factors) ที่มีผลต่อการดำรงชีวิตของ ปลามาก เนื่องจากปลาอาศัยอยู่ในน้ำตลอดชีวิต และสมบัติเหล่านี้มีผลต่อการปรับตัวให้ เข้ากับ สภาพ-แวดล้อมซึ่งในที่สุดก็ส่งผลถึงวิวัฒนาการของปลาปัจจัยเหล่านี้ได้แก่ อุณหภูมิ (Tempera-ture) ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ (Dissolved oxygen, ความเค็ม (Salinity) และการไหลของน้ำ (Water movement) เป็นต้น

       
   อิทธิผลของอุณหภูมที่ิมีผลต่อปลา
   มีผลต่อการเจริญเติบโตของปลา
มีผลต่อการสืบพันธุ์และการเจริญเติบโตของตัวอ่อน
มีผลต่อขนาด รูปร่าง และสีสัน
มีผลเพศปลา (Temperature shock)

       
   อิทธิผลของ ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในแหล่งน้ำ (Dissolved oxygen)ที่ิมีผลต่อปลา
   ปริมาณความต้องการออกซิเจนของปลาขึ้นอยู่กับชนิดของปลา
ออกซิเจนมีผลต่อปลาคล้ายกับอุณหภูมิ
ถ้ามีออกซิเจนมากไปปลาบางชนิดเป็นโรค gas bubble disease ได้
ปลาที่ต้องการออกซิเจนสูงจะมีการปรับตัว เพื่อเพิ่มการรับออกซิเจน

       
   ความเค็ม (Salinity) มีผลต่อการดำรงชิวิตของปลา
   สามารถแบ่งปลาตามความเค็มของน้ำที่ปลาอยู่อาศัยได้
ความเค็มมีผลต่อระบบ Osmoregulation ในปลา
มีผลต่อปลาที่มีการอพยพไปมาระหว่างแหล่งน้ำเค็มและแหล่งน้ำจืด

       
   การไหลของน้ำ (Water Current) มีผลต่อการดำรงชีวิตปละรูปร่างของปลา
   ปลาที่อาศัยบริเวณผิวหน้าน้ำ (Pelagic fishes)
ปลาที่อาศัยบริเวณกลางน้ำ (Pelagic fishes)
ปลาที่อาศัยบริเวณผิวน้ำ (Pelagic fishes)

       
   การปรับตัวเพื่อการอาศัยในเขตน้ำจืด

   การปรับตัวเพื่ออาศัยในเขตน้ำไหลแรง (Running water)
การปรับตัวเพื่ออาศัยในเขตน้ำไหลนิ่ง (Still water)

       
   ปลาในเขตต้นน้ำลำธาร

   ลักษณะของแหล่งที่อยู่อาศัยจะเป็นแหล่งน้ำที่ไหลแรง และมีปริมาณออกซิเจนสูง อาจ มีการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในรอบปีมาก
ปลาต้องมีการปรับตัวเพื่อให้เข้ากับแหล่งที่อยู่เช่นมีลำตัวเป็นทรงกระสวย (Fusiform) หรือมีการปรับเปลี่ยนรูปร่างให้แบนเกาะติดกับหิน ตัวอย่างเช่น ปลาผีเสื้อติดหิน ปลาแค้ ปลาเวียน ปลาพลวง เป็นต้น

       
   ปลาที่อาศัยในเขตแม่น้ำสายใหญ่

   ปลาที่อยู่ในแม่น้ำสายใหญ่จะต้องทนต่อความแรงของกระแสน้ำได้ดี แต่มีการปรับตัว ที่หลากหลายกว่า เช่นการมีรูปร่างขนาดใหญ่ มีหนามใต้ตาเพื่อเกาะกับวัตถุเพื่อต้าน กระแสน้ำที่ไหลแรงเป็นต้น ตัวอย่างเช่นปลากะโห้ เป้นต้น ปลาที่อาศัยในเขตหนอง บึงและพื้นที่ชุ่มน้ำ เป็นปลาที่มีความทนทานต่อระดับออกซิเจนต่ำ และมักมีอวัยวะช่วยหายใจ หรือไม่ก็มีการปรับตัวที่มีการหายใจแบบพิเศษ ตัวอย่างเช่น ปลาดุก ปลาหมอไทย ปลาช่อน ปลาไหลนา เป็นต้น

       
   ปลาที่อาศัยในบริเวณป่าชายเลน

   เป็นปลาที่มีความแทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของน้ำได้ดี เช่นการเปลี่ยนแปลง ความเค็ม ระดับน้ำจากน้ำขึ้นน้ำลง เป็น ต้น ตัวอย่างได้แก่ ประกระทุงเหว ปลากะรัง ปลากะพงขาว ปลาตะกรับ และปลาตีน เป็นต้น

       
   ปลาที่อาศัยในแนวปะการัง

   เป็นปลาที่มีมีสีสวย และอาศัยอยู่เป็นฝูง มีสังคมที่ค่อนข้างซับซ้อน ตัวอย่างได้แก่ ได้แก่ปลานกขุนทอง ปลาเขียวพระอินทร์ ม้าน้ำ ปลาสิงโต และปลาผีเสื้อเป็นต้น

       
   ปลาที่อาศัยในเขตทะเลเปิด

   เป็นปลาที่ว่ายน้ำค่อนข้างเร็ว ลำตัวแบบ fusiform หรือมี finlets มักอยู่รวมเป็นฝูงในเขตทะเลเปิด หรือบริเวณชั้น Thermocline ของมหาสมุทร ได้แก่ปลาโอ ปลาอินทรีย์ ปลาทูนา ปลาจาระเม็ด ปลาช่อนทะเล ปลาฉลาม เป็นต้น